เทศบาลตำบลราไวย์ ลงนาม MOU ร่วมผู้ประกอบการหาดในหาน จัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง ลดขยะก่อนเข้าสู่ระบบกำจัด

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลราไวย์ จัดกิจกรรม Big Cleaning Day บริเวณหาดในหาน ตำบลราไวย์ โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มอาสาสมัครรักษ์โลกตำบลราไวย์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม
โอกาสนี้ เทศบาลตำบลราไวย์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU การบริหารจัดการขยะอินทรีย์ร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่หาดในหาน เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ลดปริมาณขยะก่อนทิ้ง จัดระบบเก็บและขนขยะอย่างมีประสิทธิภาพในระยะกลางทาง และกำจัดขยะอย่างถูกต้องตามหลัก 3 ช คือ ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ ในระยะปลายทาง
นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ราไวย์สวยด้วยมือและใจเรา” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน โดยเดือนนี้มีความพิเศษ คือการสร้างความร่วมมืออย่างจริงจังกับผู้ประกอบการในพื้นที่หาดยะนุ้ยและหาดในหาน ในการแยกขยะบางประเภท โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ เช่น มะพร้าว ซึ่งมีปริมาณเฉลี่ยวันละ 500 ถึง 800 ลูก หรือประมาณ 1 ตันต่อวัน หากนำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไป จะส่งผลกระทบต่อการเก็บขนและระบบอัดขยะของรถขยะ รวมถึงเตาเผาของเทศบาลนครภูเก็ต
ปัจจุบันเทศบาลได้นำเครื่องบดอัดมะพร้าวมาใช้ เพื่อแปรรูปเป็นวัสดุคลุมดินและเศษไม้ โดยการแยกขยะมะพร้าวที่หาดยะนุ้ยประสบผลสำเร็จแล้ว และหาดในหานเพิ่งเริ่มดำเนินการได้เพียงไม่กี่วัน สามารถรวบรวมมะพร้าวได้เต็มตู้คอนเทนเนอร์ คิดเป็นน้ำหนักกว่า 1–2 ตัน ซึ่งช่วยลดจำนวนเที่ยวรถขยะจากเดิมวันละ 3–4 เที่ยว เหลือประมาณ 2 เที่ยวต่อวัน และสามารถนำรถไปให้บริการพื้นที่อื่นได้มากขึ้น
นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่มุ่งลดปริมาณขยะที่จะเข้าสู่เตาเผาของเทศบาลนครภูเก็ต โดยในอนาคตเทศบาลตำบลราไวย์มีแผนแยกขยะประเภทอื่นเพิ่มเติม เช่น กิ่งไม้ขนาดใหญ่ เพื่อนำไปบดอัดเป็นวัสดุใช้ประโยชน์ และช่วยลดขยะได้เฉลี่ยวันละประมาณ 1 ตัน
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการช่วยคัดแยกขยะตั้งแต่ภายในครัวเรือน หากเป็นขยะรีไซเคิล เช่น ขวดพลาสติก กระดาษ หรือกระป๋องเครื่องดื่ม ขอให้แยกใส่ถุงไว้ให้ชัดเจน จะช่วยลดภาระของเทศบาล และยังป้องกันปัญหาการฉีกถุงขยะริมถนน ซึ่งส่งผลต่อความสะอาดและภาพลักษณ์ของชุมชน
เทศบาลตำบลราไวย์ย้ำว่า ความสำเร็จในการลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ในครัวเรือน เพื่อขยายผลสู่ภาพใหญ่ของตำบลราไวย์ และจังหวัดภูเก็ตต่อไป









