



นครศรีธรรมราช, ประเทศไทย – 11 กุมภาพันธ์ 2568 : สามเหลี่ยมชายฝั่งใต้ของไทย จุดบรรจบของสนามบินนานาชาติเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและการลงทุนตลอดแนวชายฝั่งอ่าวไทย ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 1.46 พันล้านบาท (43 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในสนามบินนานาชาตินครศรีธรรมราช การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งนี้เร่งพลิกโฉมภูมิภาคอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้รับยืนยันจากรายงานของ C9Hotelworks




ท่ามกลางตลาดท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชีย ญี่ปุ่นต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36 ล้านคนในปี 2567 ขณะไทยมีนักท่องเที่ยว 35 ล้านคน แนวโน้มการเดินทางกำลังขยายสู่จุดหมายปลายทางหรูแห่งใหม่ รายงานฉบับนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวให้ก้าวไกลกว่าย่านยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และหัวหิน
“การเชื่อมต่อทางอากาศ คือกุญแจสำคัญของการเติบโตด้านการท่องเที่ยว ผู้คนสามารถเข้าถึงนครศรีธรรมราชได้ผ่านสนามบินนานาชาติถึงสามแห่งซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ถ้าคุณเดินทางไปไม่ได้ คุณก็อยู่ที่นั่นไม่ได้” บิล บาร์เน็ตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าว


จุดหมายใหม่แห่งการท่องเที่ยวและการลงทุน
รายงาน Nakhon Si Thammarat: Tourism, Hotel & Real Estate Market Update จาก C9 Hotelworks เผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว โดยเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน 2567 มีนักเดินทางเยือนกว่า 3.8 ล้านคน อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 69% และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 13.2 พันล้านบาท



ด้วยชายหาดที่บริสุทธิ์ มรดกทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมเสน่ห์ และการเดินทางที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น นครศรีธรรมราชกำลังก้าวสู่เส้นทางการเติบโตที่เสมือนภูเก็ตเมื่อสามทศวรรษก่อน การเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนโดยวิสัยทัศน์ของ KP Ho ผู้ก่อตั้ง บันยัน กรุ๊ป ผู้บุกเบิกความสำเร็จของโครงการลากูน่า ภูเก็ต ที่พลิกโฉมเหมืองแร่ร้างให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับลักซ์ชัวรี โดยบันยันทรี เรสซิเดนซ์ สิชล แบรนด์เรสซิเดนซ์ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรีสอร์ตในภาคใต้ของประเทศไทย โดยได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์อย่างเป็นทางการท่ามกลางการเข้าร่วมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากภาครัฐ รวมถึงผู้บริหารจากบันยัน กรุ๊ป และ อุรัสยา พร็อพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาโครงการ


ราวี ชานดราน กรรมการบริหารของ อุรัสยา พร็อพเพอร์ตี้ และอดีตประธานเข้าหน้าที่บริหารของ ลากูน่าภูเก็ต กล่าวว่า “ผมนึกถึงภูเก็ตเมื่อ 30 ปีก่อน ตอนที่บันยัน ทรี เปิดตัวในลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของการท่องเที่ยว และยังคงส่งอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้ โดยนครศรีธรรมราชก็กำลังก้าวไปในเส้นทางที่คล้ายกัน”
มาตรฐานใหม่แห่งเรสซิเดนซ์ลักซ์ชัวรี
ตั้งอยู่บนชายหาดสิชล บันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ สิชล นำเสนอคอลเลกชันพิเศษของวิลล่าส่วนตัว 15 หลัง ขนาด4-5 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำ โดยออกแบบให้มีวิวทะเลแบบพาโนรามา ดีไซน์ภายในทันสมัย และสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน โครงการยังมอบประสบการณ์เหนือระดับด้วย บริการเรือส่วนตัว (เดินทางถึงเกาะสมุยในเพียง 45 นาที) คอนเซียร์จ 24 ชั่วโมงบริการสปาและเวลเนส คลับเฮาส์ริมชายหาด พร้อมร้านอาหารและบาร์ โดยราคาสำหรับวิลล่าชั้นเดียวริมชายหาดพร้อมสระว่ายน้ำ เริ่มต้นที่ 85 ล้านบาท (ประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ วิลล่าสองชั้นวิวทะเลพร้อมสระว่ายน้ำ เริ่มต้นที่ 65 ล้านบาท (ประมาณ 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
การเป็นเจ้าของเรสซิเดนซ์กับบันยัน กรุ๊ป คือการเปิดประตูสู่โลกแห่งสิทธิพิเศษ บริการเหนือระดับ และประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่าน The Sanctuary Clubโปรแกรมเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับเจ้าของเรสซิเดนซ์สมาชิกจะได้รับสิทธิ์เข้าถึง บริการแบบเฉพาะบุคคล อัตราสิทธิพิเศษ และไลฟ์สไตล์สุดพิเศษ จากโรงแรมและรีสอร์ตชั้นนำทั่วโลกในเครือ


สจวร์ต รีดดิง กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ บันยัน กรุ๊ป กล่าวว่า “บันยันทรี เรสซิเดนซ์ สิชล เปิดโอกาสให้นักลงทุนและผู้ที่มองหาบ้านหลังที่สองระดับลักซ์ชัวรี ได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมสัมผัสไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้การรับประกันคุณภาพจากแบรนด์บันยัน ทรี”
สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าการลงทุน บันยัน ลิฟวิ่ง (Banyan Living) โซลูชันการปล่อยเช่าครบวงจรที่เพิ่งเปิดตัวโดยบันยัน กรุ๊ป ช่วยให้เจ้าของสามารถสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า พร้อมเข้าถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายระดับโลก แพลตฟอร์มจองที่พักแบบครบวงจร และบริการลูกค้าหลายภาษา ทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนโดยบริการโรงแรมระดับเวิลด์คลาส และมาตรฐานการดูแลรักษาที่เข้มงวด เพื่อให้ที่พักคงคุณภาพระดับสูงสุด


อนาคตตลาดลักซ์ชัวรีในนครศรีธรรมราช
ด้วยการเชื่อมต่อทางอากาศที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตและความสนใจจากนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น นครศรีธรรมราชกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางรีสอร์ตหรูแห่งใหม่ของประเทศไทยโครงการซูเปอร์ไฮเวย์เหนือ-ใต้ (North-South Super Highway) กำลังเสริมศักยภาพการเดินทางภายในประเทศ ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวลักซ์ชัวรีและเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจ ขณะที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำเริ่มมุ่งความสนใจมายังตลาดรีสอร์ตทางตอนใต้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการจากทั่วโลก
“ด้วยสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ การเชื่อมต่อเชิงยุทธศาสตร์ และความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นนครศรีธรรมราชกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางลักซ์ชัวรีแห่งใหม่ของประเทศไทย” บาร์เน็ตต์ กล่าวเสริม









