เทศบาลตำบลราไวย์ ผนึกเกษตรจังหวัดภูเก็ต เดินหน้าปกป้องต้นตาลโตนด แลนด์มาร์กสำคัญของแหลมพรหมเทพ หลังพบจำนวนต้นตาลลดน้อยลง เร่งควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าว ควบคู่เตรียมเพิ่มพื้นที่ปลูก หวังรักษาภูมิทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ตให้คงอยู่ต่อไป

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ให้การต้อนรับนายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นประธานเปิดโครงการปลูกป่าและดูแลรักษาต้นตาล เพื่อเพิ่มจำนวนต้นตาลโตนด พร้อมควบคุม ป้องกัน และกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวด้วยวิธีผสมผสาน โดยใช้แมลงหางหนีบสีดำและแตนเบียนบราคอน ณ แหลมพรหมเทพ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต
ภายในงานมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลราไวย์ สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองภูเก็ต ผู้นำชุมชน เกษตรกร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

เร่งปกป้องต้นตาล ก่อนสูญเสียเสน่ห์แลนด์มาร์กสำคัญ
แหลมพรหมเทพถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ต ด้วยทัศนียภาพอันงดงามของแหลมที่ยื่นออกสู่ทะเล โดยมีต้นตาลเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความโดดเด่นของภูมิทัศน์ และกลายเป็นภาพจำที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม จำนวนต้นตาลในบางบริเวณลดน้อยลง ขณะที่หนอนหัวดำมะพร้าวยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากสามารถเข้าทำลายเนื้อเยื่อบริเวณใบและส่วนยอด ส่งผลให้ต้นตาลอ่อนแอและเสียหายได้ หากไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม
นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ เปิดเผยว่า การดูแลรักษาต้นตาลโตนดในพื้นที่แหลมพรหมเทพเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อป้องกันความเสียหายจากศัตรูพืชและรักษาความสมบูรณ์ของต้นตาลที่ยังคงอยู่
สำหรับการควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าว ได้ดำเนินการตามแนวทางจัดการศัตรูพืช โดยมีทั้งการใช้สารกำจัดศัตรูพืชตามวิธีการที่เหมาะสม และการส่งเสริมการใช้ศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงหางหนีบสีดำและแตนเบียนบราคอน เพื่อช่วยควบคุมการระบาดและลดความเสียหายต่อต้นตาลในระยะยาว
ไม่ใช่แค่รักษาต้นเดิม แต่เตรียมปลูกเพิ่ม ฟื้นคืนภูมิทัศน์แหลมพรหมเทพ
นายเทมส์กล่าวเพิ่มเติมว่า เทศบาลตำบลราไวย์ได้เตรียมพันธุ์ต้นตาลเพิ่มเติม เพื่อวางแผนปลูกในบริเวณปลายแหลมพรหมเทพ เนื่องจากจำนวนต้นตาลในพื้นที่ลดลงจากเดิม ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์และเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย
การดำเนินงานครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงแก้ไขปัญหาศัตรูพืชที่กำลังคุกคามต้นตาลเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนต้นตาลในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อฟื้นฟูองค์ประกอบทางธรรมชาติให้กลับมามีความสมบูรณ์ พร้อมรักษาความสวยงามของแหลมพรหมเทพในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต
ความร่วมมือระหว่างเทศบาลตำบลราไวย์ สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต และภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวของการดูแลทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายให้ต้นตาลโตนดยังคงยืนหยัดเป็นส่วนหนึ่งของทัศนียภาพแหลมพรหมเทพ และส่งต่อเอกลักษณ์อันงดงามของภูเก็ตสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน









