โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ โดยชมรมผู้ปกครองฯ แจงแล้ว กรณีว่าที่ ส.ส.ภูเก็ต เขต 1 พรรคก้าวไกลเข้าตรวจเยี่ยมโรงเรียนโดยพละการพร้อมนำข้อมูลไปแชร์ลงโซเชียล ไม่ครบถ้วน ขาดข้อเท็จจริงบางส่วน เผยหลังการลงพื้นที่ของว่าที่ส.ส. ทางโรงเรียนและชมรมผู้ปกครองฯ พยายามติดต่อเรียนเชิญมาพูดคุยทำความเข้าใจแล้ว แต่อ้างติดภารกิจ มาไม่ได้ พร้อมฝากไปยังว่าที่ ส.ส. หากมีความปรารถนาดีต่อโรงเรียน ถ้าได้เข้าไปเป็น ส.ส.แล้ว ขอความอนุเคราะห์ช่วยผลักดันสร้างอาคารหลังใหม่(ตึก2)ให้กับโรงเรียนด้วย ถ้าทำได้จะดีมาก เนื่องจากอาคารดังกล่าวเก่ามากแล้ว และโรงเรียนปลูกปัญญาฯ เองก็ก่อสร้างมา 114 ปีแล้ว
นอกจากนี้ ทางชมรมผู้ปกครองฯ ยังได้กล่าวขอบคุณในเจตนาดีของ ว่าที่ ส.ส. ที่เจตนาที่จะทำงาน แต่ขอให้พัฒนาวิธีการการทำงานให้ดีกว่านี้ ควรให้เกียรติกับสถานศึกษา และให้เกียรติกับผู้อื่นในการปฏิบัติงาน
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 มิถุนายน 2566 ทางชมรมผู้ปกครองโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ ฯ นำโดยนายมานะ ห้าวหาญ ประธานชมรมผู้ปกครองนักเรียน และประธานเครือข่ายผู้ปกครองสัมพันธ์นครภูเก็ต ซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบหมายและคัดเลือกจากผู้ปกครองนักเรียนทั้งหมดเป็นตัวแทน ผู้ปกครอง ได้แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อมวลชน กรณีร้อยตรีสมชาติ เดชถาวรเจริญ ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต เขต 1 ได้มาตรวจเยี่ยมโรงเรียนโดยมิแจ้งล่วงหน้าในวันที่ 31 พ.ค.2566 เวลา 12.00 น และได้บันทึกภาพห้องน้ำและสถานที่โรงเรียนไปลงเพจส่วนตัว และแชร์ไปในเพจอื่น รวมทั้งการสัมภาษณ์ผู้บริหารแล้วนำไปเขียนแบบไม่ชัดเจน อาจสร้างความเข้าใจผิดในประเด็นต่างๆ ให้เกิดแก่ชื่อเสียงของโรงเรียน
โดยนายมานะ ห้าวหาญ ประธานชมรมผู้ปกครองนักเรียน และประธานเครือข่ายผู้ปกครองสัมพันธ์นครภูเก็ตกล่าวว่า การที่ทางว่าที่ ส.ส.ภูเก็ต เขต 1 พรรคก้าวไกลได้มาเยี่ยมโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาฯ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ตนในฐานะตัวแทนผู้ปกครองยินดีต้อนรับ เพื่อที่จะได้ช่วยกันดูแลบุตรหลานของเราให้ไปสู่เป้าหมายที่พวกเราต้องการ แต่ท่านได้ลงข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งเราไม่สบายใจในจุดนี้ ก็เลยขอแถลงข่าวเพื่อชี้แจงให้ข้อมูลครบถ้วน โดยมีประเด็น ดังนี้
ประเด็นแรก เรื่องของห้องน้ำโรงเรียน ตามที่ ว่าที่ สส. เปิดประเด็นไว้ในเฟซบุ๊กว่า สาเหตุที่โรงเรียนไม่เปลี่ยนห้องน้ำเป็นโถแบบชักโครก เพราะนร.ใช้แบบโถชักโครกไม่เป็น
ประโยคนี้ถือว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปอย่างมากเพราะทางโรงเรียนละผู้บริหารเคยพูดเสมอว่า ทาง รร.จะต้องเปลี่ยนส้วมจากโถแบบนั่งยอง ไปเป็นโถแบบชักโครกให้นักเรียนทุกอาคารเรียน เพราะปัจจุบัน นร.ใช้แบบนั่งยองไม่เป็นเนื่องจากที่บ้านนักเรียนส่วนใหญ่ใช้ส้วมแบบชักโครกกันหมดแล้ว จึงมีผู้ปกครองนักเรียนหลายๆ ท่านได้ช่วยเหลือในประเด็นนี้ด้วยการสนับสนุนโถสุขภัณฑ์มาให้โรงเรียนจึงมีการทยอยเปลี่ยนให้อยู่ แต่ก็ทางชมรมผู้ปกครองเสนอไม่ให้โรงเรียนเปลี่ยนเป็นโถชักโครกทั้งหมด ควรมีเหลือส้วมแบบนั่งยองไว้ด้วย เพราะนักเรียนบางคนก็สะดวกที่จะใช้แบบนั่งยองเพราะกลัวเรื่องการติดเชื้อได้ง่าย
สำหรับภาพที่ท่านบอกว่าห้องน้ำโรงเรียนไม่สะอาด ทางโรงเรียนก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่ก็ขออนุญาตที่จะทำความเข้าใจด้วยว่าในวันที่ เวลา ที่ท่านเข้ามาตรวจสอบเป็นช่วงที่นักเรียนพัก จึงมีนักเรียนใช้งานจำนวนมาก
ทั้งมีฝนตกทำให้ห้องน้ำมีความแฉะ และเศษดินจากรอยเท้านักเรียนที่เข้าใช้อาจทำให้สภาพห้องน้ำดูไม่สะอาด ซึ่งในขณะนั้นก็เป็นช่วงที่แม่บ้านพักและจะทำความสะอาดอีกครั้งในช่วงหลังจากที่นักเรียนทุกห้องเรียนเข้าเรียนแล้ว
ประเด็นที่ 2 เรื่องประเด็นก๊อกน้ำที่ใช้งานอยู่ โรงเรียนก็ดูแลอยู่ตลอดเวลา อาจมีบ้างที่มีรอยรั่วเพราะจำนวนเด็กมาก โรงเรียนก็จะมีการซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา และในภาพที่มีช่องเปิดไว้ ซึ่งเมื่อสื่อภาพออกไป ผู้ที่เห็นอาจไม่แน่ใจว่าโรงเรียนเปิดให้มีรูรั่วขนาดนี้เลยหรือ แต่จริงๆในขณะ มีครูฝ่ายอาคารสถานที่ได้ใช้ช่องนี้ในการขึ้นไป Service ตรวจสอบหลังคา อาคารเรียนอยู่ หากมีภาพไม่ได้มีการธิบายความจริง อาจเกิดความเสียหายได้



ประเด็นที่ 3 เรื่องข้อร้องเรียนเรื่องทรงผมนักเรียน การแต่งกายที่มีหลายแบบ เช่น ชุดพิธีการ ชุดลูกเสือ ชุดพละ ชุดนักเรียน ฯลฯ ซึ่งทางโรงเรียนได้มีการแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งทางชมรมผู้ปกครองก็ร่วมพิจารณาเรื่องข้อระเบียบต่างๆ ร่วมกับโรงเรียน และแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบล่วงหน้า ดังนั้นผู้ปกครองก็ตัดสินใจตั้งแต่แรกแล้วว่าจะมาเรียนที่นี่ และยอมรับหลักการนี้ หากท่านเห็นว่าบุตรหลานของท่านไม่ประสงค์จะตัดผมหรือใส่ชุดแบบนี้ก็สามารถเลือกโรงเรียนอื่นเป็นทางเลือก เพราะโรงเรียนในสังกัดเรามีหลายโรงเรียน และมีบริบทที่แตกต่างกันไป นี่คือทางเลือก ไม่ใช่มาบอกว่าคือการขับไล่เด็ก เพราะโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาเป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ฯมีการกำหนดแต่งชุดพิธีการตามแบบโรงเรียนในเครือข่ายมูลนิธิรัชกาลที่ 6 การตัดผมก็ต้องเหมาะสมในการใส่ชุดพิธีการด้วย ซึ่งชมรมผู้ปกครองก็ให้การสนับสนุนนโยบายเหล่านี้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยอมรับได้ ถ้าพูดว่าประชาธิปไตย นี่คือเสียงส่วนใหญ่ของผู้ปกครอง ซึ่งโรงเรียนก็มีการสนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์ต่างๆให้โรงเรียน เช่น ทำโครงการเสื้อผ้ามือสองเพื่อน้อง ช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาที่ขาดแคลน โครงการตัดผมฟรี โดยจัดอบรมตัดผมฟรีเพื่อเป็นอาชีพให้นักเรียน มีการตัดผมฟรีให้นักเรียน หากมีใครเก็บเงินให้มาแจ้งประธานชมรมผู้ปกครองหรือบริหารได้เลย
ประเด็นที่ 4 เรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ ทางโรงเรียนให้นักเรียนสามารถนำมือถือมาโรงเรียน และใช้ในชั่วโมงเรียนในกรณีที่มีการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ บางช่วงเวลาครูก็มีการจัดเก็บมือถือไว้ให้นักเรียน ครูก็จะแจกคืนให้ในช่วงเย็นก่อนกลับบ้าน เพราะกรณีเด็กเล็กถ้าเอามือถือไว้ที่นักเรียน ก็จะเกิดสูญหาย หรือบางครั้งนำมาใช้เล่นเกมในเวลาเรียน



ประเด็นที่ 5 เรื่องการประกาศผลคะแนนนักเรียนทางโรงเรียนมีนโยบายมาตั้งแต่ ปี 2564 ไม่ให้มีการประกาศผลการเรียนเรียงลำดับให้นักเรียน และไม่ให้นำคะแนนมาประกาศให้นักเรียนรับทราบ แต่จะแจ้งเป็นรายบุคคลให้แก่นักเรียน แต่บางห้องที่มีการประกาศให้นักเรียนทราบ เพราะผู้ปกครองห้องนั้นได้มีการประชุมกันเอง และแจ้งให้ครูส่งคะแนนนักเรียนให้ทุกคนทราบเพื่อผู้ปกครองจะได้รู้ว่านักเรียนมีจุดอ่อนเรื่องใดบ้าง

นอกจากนี้ในตอนท้าย นายมานะ ห้าวหาญ ได้กล่าวฝากไปยังว่าที่ ส.ส.ภูเก็ตพรรคก้าวไกล ด้วยว่า ตึก 2 ของโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ที่ท่านได้เข้าไปเยี่ยมชมห้องน้ำซึ่งเป็นห้องน้ำนั่งยอง ถ้าท่านเข้าไปเป็นส.ส.เต็มตัวแล้ว ท่านจะอนุเคราะห์หรือว่ามีความปรารถนาดีต่อโรงเรียน ก็ขอสร้างอาคารใหม่ จะดีมาก ก็ต้องขอขอบคุณท่านไว้ก่อน ถ้าท่านทำได้ ทางชมรมผู้ปกครองจะขอบคุณท่านมาก เนื่องจากอาคารดังกล่าวเก่ามากแล้ว และโรงเรียนปลูกปัญญาฯ เองก็ก่อสร้างมา 114 ปีแล้ว
“หลังจากว่าที่ ส.ส.นำภาพและข้อมูลของโรงเรียนไปลงเพจส่วนตัว ทางเราได้มีการประชุมผู้ปกครองและให้ขอร้องให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนไปเชิญว่าที่ ส.ส.มาพูดคุย ก็ได้มีการติดต่อไป แต่ทางว่าที่ ส.ส.ไม่ว่างที่จะมาพบ ในส่วนของทางชมรมผู้ปกครองเอง เราก็พยายามติดต่อ เชิญมาอยู่ แต่ติดต่อไม่ได้” นายมานะ กล่าวและว่า
เราทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างครู ผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียน ถ้ามีปัญหาอะไร ร้องเรีนยเข้ามาเราจะเรียกประชุม เพื่อปรึกษาหารือ หาทางแก้ไขให้กับผู้ปกครองให้กับนักเรียน สิ่งเหล่านี้ทำมาโดยตลอด โดยอาศัยตัวแทนของผู้ปกครอง
ด้านนางสาวณัฐฌา สกุลเทพ ประธานชมรมผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว กล่าวตอนหนึ่งด้วยว่า ท่านว่าที่ส.ส.รู้หรือไม่ว่ามีชมรมผู้ปกครองเกิดขึ้นอยู่ในโรงเรียนเทศบาล หรือทราบหรือไม่ว่าโรงเรียนที่ท่านเข้าไปจะมีเครือข่ายผู้ปกครองหรือไม่ และการประสานงานที่ดีทำอย่างไร คืออยากให้ท่านให้เกียรติกับสถานศึกษา และให้เกียรติกับผู้อื่นในการปฏิบัติงาน ถ้าทำได้ท่านจะมีการปฏิบัติงานที่ดีกว่านี้ ขอย้ำอีกทีว่าเราขอขอบคุณในเจตนาดีของท่าน เราเล็งเห็นว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่เจตนาที่จะทำงาน แต่ขอให้ท่านพัฒนาวิธีการให้ดีกว่านี้
วิธีการของท่าน ที่ท่านบอกว่า มาโดยมิได้นัดหมาย เดินเข้ามาแล้ว ขึ้นตึก อย่างนั้น ถ้าเกิดว่าคนที่รู้กฎของโรงเรียนเขาจะไม่ทำกัน เราก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่า ถ้าท่านทำอย่างนี้กับโรงเรียนเรา เราก็ไม่สามารถรับได้ ณ จุดนี้ แต่ถ้าท่านมาเหมือนผู้ปกครองคนอื่น แลกบัตรประชาชนเหมือนประชาชนคนหนึ่ง แล้วขอข้อมูล ไม่ว่าอะไรก็ตาม เรายินดีที่จะเชิญท่านประสานงานกับผู้บริหาร รวมทั้งชมรมผู้ปกครอง และอีกสาเหตุหนึ่ง ว่าทำไมวันนี้ เขาพูดถึงโรงเรียน แต่ชมรมผู้ปกครองออกมาพูด เพราะท่านอ้างว่าข้อมูลที่ได้มาจากผู้ปกครอง ซึ่งผู้ปกครองเหล่านั้นอยู่เป็นสมาชิกของพวกเรา เขาควรจะแจ้งเราก่อน แล้วทำไมเราถึงไม่ทราบข้อมูลเหล่านั้น แล้วมาถึงท่านทำเหมือนเราทำงานบกพร่องหรืออย่างไร ถ้ามีเจตนาดี ท่านควรที่จะมาตามลำดับขั้น









