วันที่ 11 พ.ค. 65 เวลา 9.00 น. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมศึกษาความเสี่ยงของสังคมไทยในอนาคตหวังช่วยสร้างความมั่นใจให้คนไทยมีสุขภาพกายและจิตที่ดี ณ โรงแรม nap ป่าตอง


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เกศรา สุกเพชร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 โดยมีหน้าที่ริเริ่ม ผลักดัน กระตุ้น สนับสนุน และร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังคม ในการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีครบ 4 ด้าน กาย จิต ปัญญา สังคม และร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ โดยตลอดระยะเวลาการทำงานของ สสส ในตลอด 20 ปี ก็มีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองเป้าหมายดังกล่าวดังที่เป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไป ซึ่งเบื้องหลังของกิจกรรมเหล่านี้มีที่มาจากแผนการปฏิบัติงานที่ผ่านการคิดร่วมกันของผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม อย่างที่ทุกท่านทราบว่าสังคมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ มีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม มีหลายสิ่งที่เกินกว่าที่คาดหมายเกิดขึ้น และสร้างผลกระทบต่างๆ ต่อผู้คนของเราอย่างมากมาย ดังนั้น สิ่งที่ สสส. กำลังมองเห็นว่า การพัฒนางาน สสส. มีความจำเป็นต้องพัฒนาข้อมูลในการมาใช้ในการทำแผนการดำเนินการด้วยเทคนิคใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความไม่แน่นอนดังกล่าว


สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จึงได้ร่วมกับ สสส. ในการพัฒนาโครงการการศึกษาแนวโน้มปัจจัยเสี่ยงทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อกลไกการสร้างเสริมสุขภาวะของประเทศไทยขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการศึกษาถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตของสังคมไทย โดยเฉพาะการให้ความเปลี่ยนแปลงที่อาจก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของคนในสังคมด้วยเทคนิคการมองอนาคต (Foresight) ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ที่เน้นการใช้ความคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมใช้ประสบการณ์ที่มี ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และสร้างความเป็นไปได้ของประเด็นต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ต่างภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น ภาคกลางที่ กรุงเทพมหานคร และภาคใต้ที่จังหวัดภูเก็ต โดยการจัดประชุมที่จังหวัดภูเก็ตในวันนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 37 คน จากภาคีเครือข่ายที่ทำงานกับ สสส. นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และกลุ่มที่สำคัญมากที่สุดคือกลุ่มเยาวชนที่จะเป็นผู้ได้รับผลการดำเนินการของ สสส. ในอนาคต ผลการดำเนินการในพื้นที่ภูเก็ตในครั้งนี้พบว่าประเด็นความเสี่ยงทางสังคม ในพื้นที่ภูเก็ตเห็นความเสี่ยงสำคัญในสองประเด็น คือการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (Sustainable development city) กับการจัดการตนเองของเมือง (Self-Governance City) ที่เชื่อมโยงกับการจัดสรรและการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเป็นเท่าเทียมที่รวมถึงความเท่าเที่ยมทางสุขภาวะ ตลอดจนโอกาสและอำนาจหน้าที่ของการจัดสรรทรัพยากรของพื้นที่เพื่อตอบคุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตเอง การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการด้านสุขภาวะต่างๆ ดังนั้น การใช้ทรัพยากรทุกมิติเพื่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวกลายเป็นคำถามถึงอนาคตของคุณภาพชีวิตของประชากรภูเก็ตเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต









