ภูเก็ต 18 มิ.ย.65-ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 จับกุมเรือประมงอินโดนีเซียลักลอบทำการประมงในน่านน้ำไทย จำนวน 1 ลำ พร้อมลูกเรือ 11 คน เผยเป็นการจับกุม ครั้งที่ 3 ของปี 2565


เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.65 เวลา 10.00 น.ที่บริเวณท่าเทียบเรือรัษฏา จ.ภูเก็ต ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค3) โดย นาวาเอก ณฐพงศ์ เศวตรัฐ ผู้บังคับการหมวดเรือเฉพาะกิจ ศรชล.ภาค 3 พร้อมด้วย นาวาเอก พิเชษฐ์ ซองตัน ผู้อำนวยการกองสารนิเทศ สำนักฝ่ายอำนวยการ ศรชล.ภาค 3 ทำหน้าที่โฆษก ศรชล.ภาค 3 นายสมยศ วงษ์บุญยกุล นายกสมาคมชาวประมงภูเก็ต ตัวแทนจากประมงจังหวัดภูเก็ต ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง เขต 3 (ภูเก็ต) ตำรวจน้ำ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย รุกล้ำเข้ามาทำประมงในเขตน่านน้ำไทย จำนวน 1 ลำ พร้อมลูกเรือ 11 คน ซึ่งเป็นการจับกุม ครั้งที่ 3 ของปี 2565


โดยเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.65 เวลา 09.00 น. ทางศรชล.ภาค 3 ได้รับแจ้งจากเครือข่ายประมงในพื้นที่ ว่า พบกลุ่มเรือประมงต่างชาติ กำลังลักลอบทำการประมงในน่านน้ำไทย ทางทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะของไทย ระยะห่างจากเกาะภูเก็ตประมาณ 45 ไมล์ทะเล หลังรับแจ้ง พล.ร.ท.สมพงษ์ นาคทอง ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3 ให้ศูนย์ยุทธการ ศรชล ภาค 3 ( ศยก.ศรชล.ภาค 3 ) และ หมวดเรือ ศรชล.ภาค 3 ร่วมกันวางแผนการปฏิบัติการตามขั้นตอน เพื่อออกปฏิบัติการในพื้นที่เป้าหมาย
หมวดเรือเฉพาะกิจ โดย น.อ.ณฐพงศ์ เศวตรักต ผู้บัญชาการหมวดเรือ (ผบ.มว.เรือ) ศรชล.ภาค 3 สั่งการให้เรือหลวงแหลมสิงห์ ออกปฏิบัติการในทันที จนกระทั่งเวลา 20.00 น. ตรวจพบเรือประมงต่างชาติทำการประมงในน่านน้ำไทยจำนวนมาก และสามารถจับกุมได้ 1 ลำ พร้อมลูกเรือ 11 คน ส่วนเรือที่เหลือ ได้หลบหนีออกจากน่านน้ำไทยไปทางทิศตะวันตก



หลังทำการจับกุม เรือหลวงแหลมสิงห์ ได้นำเรือประมงพร้อมลูกเรือทั้งหมดเข้าสู่ฝั่งถึงท่าเรือรัษฎา จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 18 มิ.ย.65 เพื่อส่งมอบลูกเรือทั้งหมด พร้อมของกลาง ประกอบด้วยเรือประมง 1 ลำ อุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์เดินเรือ และสัตว์ทะเลในระวางจำนวนหนึ่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลอง ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
อย่างไรก็ตาม การจับกุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2565 นี้ โดยครั้งแรกสามารถจับได้ที่บริเวณห่างจากเกาะภูเก็ตประมาณ 40-45 ไมล์ทะเล ครั้งที่ 2 ที่บริเวณเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล และครั้งนี้ ที่บริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ต 45 ไมล์ทะเล โดยจุดที่จับกุมได้นั้นอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของไทย ซึ่งในจุดนี้ทางศรชล.ภาค 3 ได้เฝ้าติดตามและป้องกันไม่ให้เรือประมงต่างชาติรุกล้ำเข้ามาทำประมง ทั้งการลาดตะเวนทางอากาศ เรือลาดตะเวน และเครือข่ายเรือประมงไทยที่ทำประมงอยู่ในบริเวณดังกล่าว









